เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปทำศัลยกรรม

การศัลยกรรม ในปัจจุบันกลายเป็นค่านิยมในเชิงบวกสำหรับทุกๆ คนไปแล้ว บางคนไม่ได้หาข้อมูลอะไรก่อน ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยก็ไปเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมแล้ว งานนี้บอกเลยว่าอาจจะเสี่ยงแบบไม่รู้ตัว ดังนั้นวันนี้เรามาดูกันว่าก่อนที่จะนอนทำสวย ต้องรู้จัดเตรียมตัวกันก่อนจ๊ะ

  1. โรคประจำตัวของเรา หากท่านมีโรคประจำตัวและต้องทานยาอยู่เป็นประจำต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหอบหืด หรือเคยแพ้ยาอะไรบ้านรึเปล่า ถ้าหากเคยแพ้ ให้บอกเล่าอาการกับแพทย์อย่างชัดเจน และควรถามแพทย์ด้วยว่าก่อนผ่าตัดต้องทานยาตามปกติหรือว่าหยุดไว้ก่อน
  2. ก่อนหน้านี้เคยผ่าตัดมาก่อนต้องควรจะแจ้งรายละเอียดให้แพทย์ทราบโดยชัดเจน ว่าผ่าอะไร ผ่าด้วยวิธีไหน ดมยาสลบหรือใช้ยาชา แล้วมีผลแทรกซ้อนอะไรรึเปล่า
  3. ในคนที่สูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าเป็นประจำ ควรจะงดก่อนเข้าผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ – 1 เดือน เพราะการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่บ่อยๆ จะมีผลโดยตรงสำหรับผู้ที่ผ่าตัดโดยใช้วิธีดมยาสลบ โดยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากปอดทำงานไม่ดีได้ แลอาจจะมีอาการไอมากหลังผ่าตัด
  4. ควรวางแผนเรื่องงานให้ดีก่อนที่จะผ่าตัด เพราะหลังจากผ่าตัดแล้ว ควรรักษาสุขภาพและพักผ่อนอย่างเต็มที่ ไม่ควรออกไปทำงานทั้งทีหลังจากทำศัลยกรรม แม้ว่าจะเป็นการศัลยกรรมเคสเล็กๆ ก็ตาม ควรพักผ่อนอยู่บ้านและทำตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  5. หากถึงวันผ่าตัดแล้วเกิดไม่สบายเล็กน้อย อาทิ ไข้หวัด มีผื่น ให้แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น หรืออาจเลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อน

และก่อนวันผ่าตัดควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองให้แข็งแรง เมื่อถึงเวลาทำศัลยกรรม ร่างกายจะได้ฟื้นตัวได้เร็ว และแผลหายระบบเร็วด้วย เห็นมั้ยค่ะว่าการปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมไม่ยากอย่างที่คิดเลย ยังไงก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติตามกันนะคะ

ดูแลแผลศัลยกรรมอย่างไรก่อนออกจากบ้าน

ในสังคมที่วุ่นวาย บ้างครั้งการลางานไปทำศัลยกรรมเป็นเวลานานๆ ไม่สามารถทำได้ แต่ด้วยความการศัลยกรรมในปัจจุบันมีวิวัฒนาการที่ก้าวไกล แผลขนาดเล็กลง ความเจ็บปวดน้อยลง ทำให้หลายชนิดการศัลยกรรมไม่จำเป็นต้องลางานด้วยซ้ำ แต่ใครที่กำลังจะคิดไปอัพหน้า วันนี้เรามีวิธีป้องกันแผลศัลยกรรมติดเชื้อเวลาต้องออกจากบ้านมาฝากกันคะ เพราะบางครั้งเราจำเป็นต้องออกจากบ้าน ไปทำงานหรือไปทำกิจกรรมอื่นๆ ในกรณีที่แผลยังไม่แห้ง ยิ่งจำเป็นต้องป้องกัน หรือแผลแห้งแล้วแต่ยังไม่สนิทก็ต้องป้องกันเหมือนกัน เพราะว่าฝุ่นละออง มลภาวะ และสิ่งสกปรกที่อยู่รอบตัวสามารถทำให้แผลติดเชื้อได้ทั้งนั้น โดยมีอุปกรณ์ป้องกันที่หาง่ายๆ ตามท้องตลาด ร้ายขายยาดังนี้

  1. หน้ากากอนามัย เป็นอุปกรณ์ที่ดีมากๆ ที่จะช่วยป้องกันฝุ่นละอองได้ เหมาะสำหรับแผลผ่าตัดที่ยังไม่สามารถโดนน้ำได้ หรือว่าแผลที่ยังไม่แห้งสนิท ใครที่ทำศัลยกรรมช่วงจมูก ปาก คาง เตรียมหน้ากากอนามัยไว้ด่วนเลยจ๊ะ
  2. ผ้าพันแผล เหมาะสำหรับแผลผ่าตัดที่ยังสดใหม่หรือชื่นอยู่ ซึ่งผ้าพันแผลนั้นช่วยป้องกันฝุ่งละอองได้ดีกว่าหน้ากากอนามัย แต่ใช้สำหรับแผลที่ยังชื่นอยู่เท่านั้น หากแผลเริ่มแห้งแล้วไม่ควรเอาผ้าพันแผลพันไว้ เพราะจะทำให้เกิดการอับชื้นจนแผลหายช้ามากขึ้น
  3. พลาสเตอร์ติดแผล หายเป็นแผลเล็กๆ แนะนำให้ใช้พลาสเตอร์ปิดแผลก็พอ เพราะสะดวกเวลาเราเดินทางไปข้างนอกบ้านจะได้ไม่ต้องกังวลว่าพลาสเตอร์จะหลุด เรียกว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลในกรณีที่แผลมีขนาดเล็ก หรืออยู่ในจุดที่มือเอื้อมถึงยาก

เพียงแค่ดูแลป้องกันเป็นอย่างดีตามที่เราได้บอกข้างต้น ก็เชื่อได้ว่าเมื่อคุณออกจากบ้านหลังจากทำศัลยกรรมมา จะไม่สร้างปัญหาหรือทำให้เกิดแผลติดเชื้ออย่างแน่นอน

 

 

 

โบท็อกซ์ คืออะไรทำไมใครๆ ถึงได้ติดใจนัก

โบท็อกซ์
โบท็อกซ์

หลายคนได้ยินคำว่า โบท็อกซ์ มาเป็นเวลานาน และเคยไปฉีดเจ้าโบท็อกซ์นี้เข้าร่ายกายมาแล้วด้วย แต่ยังไม่เคยรับรู้เลยว่าจริงๆ แล้ว โบท็อกซ์ จริงๆ แล้วมันคือะไร ทำมาจากอะไร ดังนั้นวันนี้เรามาเริ่มต้นเรียนรู้กันคะ จะได้ใช้อย่างถูกต้อง

 

  1. โบท็อกซ์ เป็นสารจากธรรมชาติที่สกัดมาจากโปรตีน ครอสตริเดียว โบทูลินั่ม แต่เราอาจจะไม่ยินคำนี้กันนั้น เพราะเจ้าสารนี้มีชื่อทางการค้าว่า โบท็อกซ์ สั้นๆ เรียกง่าย จำง่าย
  2. ระยะแรก โบท็อกซ์ เป็นยาที่ใช้ทางการแพทย์ เพื่อรักษาโรคกล้ามเนื้อคอกระตุก กล้ามเนื้อตากระตุก และอีกหลายๆ โรค แต่เมื่อฉีดสารนี้เข้าไปแล้ว ผลข้างเคียงที่ได้กลับทำให้คนไข้หน้าเต่งตึกกระชับขึ้น ทำให้ถูกพัฒนามาใช้เป็นสารลดริ้วรอยบนใบหน้าอย่างแพร่หลาย
  3. โบท็อกซ์ เป็นการดูแลผิวให้อ่อนเยาว์ลงได้ด้วยการใช้เวลาเพียง 10 นาที หลังการรักษา เรียกว่าเป็นการดูแลผิวที่เห็นผลเร็วที่สุดก็ว่าได้
  4. การทำงานของ โบท็อกซ์ คือเข้าไปยับยั้งการนำประสาทที่ส่งมายังกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกิดการคลายตัว ผิวหน้าของเราก็จะเรียบไร้ริ้วรอย แต่ในส่วนของการทำงานด้านอื่นๆ ของเส้นประสาทการรับรู้ความรู้สึกต่างๆ จะทำงานเป็นปกติ หลายคนกลัวว่าโบท็อกซ์จะเข้าไปทำลายกล้ามเนื้อจนไม่สามารถขยับได้ อันนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด
  5. ไม่ใช่แค่ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าอย่างเดียว แต่โบท็อกซ์สามารถทำให้หน้าเรียวขึ้นได้อีกด้วย
  6. รู้หรือไม่ว่าหลังฉีดโบท็อกซ์ ควรจะอยู่ในท่านั่งหรือยืน ประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการไหลไปที่อื่นๆ ของยานั้นเอง

เห็นมั้ยค่ะ ว่า โบท็อกซ์ เป็นตัวยาดีๆ ที่เราสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ง่ายๆ ใครที่อยากสวย อยากดูดีดูมั่นใจทุกมิลลิเมตรบนใบหน้า ดูเหมือนว่า โบท็อกซ์ จะเป็นคำตอบของคุณได้ค่ะ เราขอแนะนำคลีนิคเสริมความงามที่ให้บริการทำโบท็อกซ์ Grand Esta ที่นี่คือศูนย์ให้บริการความงามแบบครบวงจร มาที่นี่ที่เดียวจบ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ http://www.grandesta.com จะมีคุณหมอน่ารักๆคอยตอบข้อสงสัยและแนะนำท่านค่ะ

แปรงฟันมากไปเสี่ยงภัย ฟันตกกระ

แปรงฟัน
แปรงฟัน

มากกว่า 92% เชื่อว่ารอยยิ้มที่ประทับใจมีผลต่อการเข้าสังคม

85% เชื่อว่ารอยยิ้มมีผลต่อบุคลิกภาพ และเป็นสิ่งดึงดูดเพศตรงข้าม

75% เชื่อว่ารอยยิ้มมีผลต่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพ

จากสถิติที่กล่าวมานี้ ทำให้เรารู้ได้ว่า รอยยิ้มที่สวยงามสามารถสร้างมิตรภาพ โอกาส หรือสร้างสิ่งที่ดีๆได้เสมอ แต่ถ้ายิ้มมาแล้วเห็นฟันแต่ละซี่ที่ไม่สวยงาม ผุบ้าง ตกกระบ้าง อาจจะทำให้คนที่มองเรามาแทบอยากจะเบือนหน้าหนีเลยก็ได้

ทั้งนี้ก็เพราะฟันเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญบนใบหน้าที่สร้างความประทับใจก่อนสิ่งอื่นๆ ทำให้คนรอบข้างตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มหรือด้วยน้ำใจไมตรี ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ดีของคนไทย

แต่ถ้าคนไหนอยากจะมีฟันที่ขาว สวย เรียงตัวเป็นระเบียบ เป็นธรรมชาติ ไม่มีกลิ่น และไม่มีรอยตกกระ เพื่อดึงดูดให้คนรอบข้างเข้ามาหา คุณก็จำเป็นจะต้องดูแลฟันทุกซี่ของคุณให้ถูกวิธี แค่แปรงฟันครบเช้าเย็น หรือแปรงถูกวิธีนะยังไม่เพียงพอหรอกนะ แต่สิ่งที่สำคัญที่ลืมไม่ได้เลยต้องเป็นเรื่อง “การเลือกยาสีฟัน“ ชนิดที่ถูกต้องด้วย

เพราะยาสีฟันมีหลายแบบ และแต่ละแบบก็เหมาะกับคนแต่ละประเภท แบบเฉพาะของเด็กหรือของผู้ใหญ่ รวมไปถึงความต้องการในการป้องกันฟันผุ เพื่อให้มีลมหายใจสดชื่น เพื่อกำจัดหินปูนเกาะ เพื่อแก้ปัญหาเหงือก เพื่อแก้เสียวฟัน เป็นต้น ความหลากหลายเหล่านี้จึงทำให้การเลือกยาสีฟันเป็นสิ่งที่จำเป็นนั่นเอง

ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่คุณควรรู้ ก็คือ “การแปรงฟันมากเกินไป ใช่ว่าจะปลอดภัยและถูกต้อง” เพราะหากคุณใช้ยาสีฟันมากเกินไป ก็มีโอกาสพบกับปัญหา “ฟันตกกระ” ได้นั่นเอง

ปัญหาฟันตกกระ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มีผลกระทบกับคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก เพราะปัญหานี้จะทำให้คุณไม่กล้าที่จะยิ้มอย่างเปิดเผย ขาดความมั่นใจเวลาที่ต้องพูดหรือถ่ายรูปต่อหน้าคนอื่น ใครๆก็ต่างคิดว่าคุณไม่ยอมดูแลฟันไม่ดีจึงเกิดปัญหานี้ แต่ที่ไหนได้ปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะคุณดูแลมันมากเกินไปต่างหาก แม้ดูแล้วปัญหานี้จะไม่หนักหนาเท่ากับปัญหาฟันรูปแบบอื่นๆ แต่ถ้าเกิดขึ้นกับคุณแล้วละก็ คุณจะกลายเป็นคนขี้เก็บตัวไปเลยละ

คราวนี้มาเรียนรู้ถึง “ปัญหาฟันตกกระ” กันสักหน่อยดีกว่า ว่าเราจะแก้ไขหรือป้องกันมันได้อย่างไรบ้าง
สาเหตุของปัญหาฟันตกกระ

ฟันตกกระ คือ ลักษณะของฟันที่มีสีไม่เหมือนธรรมชาติ ซึ่งแบ่งอาการออกได้เป็นหลายระดับ ดังนี้

– คนที่เป็นน้อยๆ ฟันจะมีลักษณะเป็นสีขาวขุ่นๆ ขาว หรือเป็นขีดๆบนตัวฟัน

– คนที่เป็นมากๆ ฟันจะมีลักษณะเป็นสีเหลืองเข้มหรือสีน้ำตาลเป็นจุดๆ บนตัวฟัน

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาฟันตกกระ ก็คือ การที่ฟันได้รับ fluoride (ฟลูออไรด์) มากเกินไป โดยอาจจะมีการสะสมมาตั้งแต่ในช่วงวัยที่ฟันกำลังจะสร้างตัว หรือในช่วงอายุประมาณ 6-7 ขวบ

การที่ฟันสะสมฟลูออไรด์มากไปไม่ได้มีข้อดีเรื่องการป้องกันฟันผุ แต่ดาบสองคมกลับเป็นเรื่องที่ทำให้เปลือกฟันมีการสะสมของเกลือแร่ผิดปกติ และมีผลทำให้ฟันมีรอยด่างอย่างที่เราเห็นกันนี่เอง

มากไปกว่านั้น สำหรับบุคคทั่วไป ยังมีโอกาสได้รับฟลูออไรด์จากทางอื่นได้ด้วย เช่น การผสมฟลูออไรด์ลงไปในน้ำประปา
เป็นต้น

ดังนั้น ความเข้าใจเดิมๆที่ว่า ฟลูออไรด์เป็นสารที่มีประโยชน์ในการป้องกันฟันผุ ยิ่งแปรงฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์มากเท่าไหร่ยิ่งดี จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องมากนัก เพราะในทางกลับกัน
การได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปจะทำให้เกิดโทษที่ไม่มีใครต้องการแน่นอน

ดังนั้น คำโฆษณาที่บอกว่า ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หรือหมากฝรั่ง มีการเพิ่มเติมฟลูออไรด์เข้าไปเพื่อป้องกันฟันผุ จึงจำเป็นต้องมีลิมิต มีความเหมาะสม เติมได้แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกิน มิฉะนั้น จะเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ฟันตกกระได้

โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มักจะชอบกลืนยาสีฟันเข้าไปเพราะยาสีฟันมีรสชาติที่หวานอร่อย ก็อาจทำให้เด็กๆได้รับปริมาณฟลูออไรด์มากกว่าปกติ ซึ่งส่งผลทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน  ปวดท้อง ท้องเสีย หรือถึงตายได้เลย

สำหรับวิธีการแก้ไขเมื่อฟันตกกระก็ยังมีอยู่ โดยต้องแบ่งวิธีแก้ไขออกเป็น 2 กรณี ได้แก่
1. กรณีเป็นน้อย

ให้แก้ไขโดยกรอแต่งหรือขัดเอาส่วนนั้นออกไป แต่วิธีนี้จะทำให้เคลือบฟันบางลง จนทำให้เกิดอาการเสียวฟันตามมาได้ และทำให้การใช้งานฟันซี่นั้นๆ ไม่เต็มที่เท่าที่ควรจะเป็น

2. กรณีเป็นมาก

กรณีนี้ไม่สามารถขัดหรือกรอออกได้ ต้องใส่ครอบฟันปลอมที่มีสีปกติครอบทับฟันซี่นั้นไปอีกชั้นหนึ่ง หรือใช้ composite resin หรือวัสดุอุดฟันสีธรรมชาติ มาช่วยปิดรอยกระดำกระด่าง เป็นต้น

หากไม่อยากต้องมาปวดหัวหาวิธีแก้ไขแบบนี้
ก็ควรหลีกเลี่ยงต้นเหตุการเกิดปัญหาฟันตกกระให้ดีตั้งแต่แรก โดยการพยายามเลือกยาสีฟันที่ถูกประเภท แปรงฟันให้ถูกวิธี และพยายามดูแลสุขภาพฟันให้ดีอยู่เสมอตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็กเล็ก

เพียงแค่นี้ก็มากเพียงพอที่จะทำให้สภาพฟันของคุณดูสวยงามได้ตลอดไปแล้วละค่ะ

บำรุงผิวง่ายๆด้วยเบบี้ออย

เบบี้ออย
เบบี้ออย

ผิวของเราแต่ละคนมีความแตกต่างกันออกไป บางคนแพ้ง่าย บางคนแพ้ยาก แล้วแต่ว่าเกิดมาจากไหน และเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมอย่างไร แต่ไม่ว่าคุณจะมีสภาพผิวเช่นไร ทุกคนก็ล้วนแต่จำเป็นต่อการบำรุงผิวทั้งนั้น เพราะหากมีการบำรุงผิวที่ดีคุณก็จะดูดีขึ้นได้อีกหลายเท่าเลยละ

แต่เพราะความแตกต่าง หลายคนจึงไม่สามารถที่จะใช้ครีมบำรุงผิวที่รุนแรงมากๆได้ และจำเป็นต้องใช้ “เบบี้ออย” หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับเด็กในการบำรุงผิวตัวเองแทน

แต่นอกจากประโยชน์ที่เหมาะสมต่อเด็กหรือคนที่มีผิวแพ้ง่ายแล้ว คุณยังสามารถใช้เบบี้ออยในการทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีกด้วย ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอะไรตามมาดูกันเลยค่ะ

คุณประโยชน์ที่ควรรู้ของ “เบบี้ออย”

1. นวดตัวผ่อนคลายความเครียด

ไม่จำเป็นเลยกับการซื้อน้ำมันนวดตัวราคาแพง เพราะถ้าคุณอยากผ่อนคลายหรืออยากบำรุงผิวเช่นเดียวกับในร้านนวดหรือร้านสปา คุณก็สามารถบำรุงผิวหรือผ่อนคลายได้ด้วยเบบี้ออยด้วยวิธีง่ายๆได้โดยการใช้เบบี้ออยแทนน้ำมันนวดตัว ซึ่งแม้ว่าเบบี้ออยอาจจะมีกลิ่นที่ไม่หอมเท่ากับน้ำมันอโรม่า แต่คุณสมบัติของเบบี้ออยก็ช่วยให้คุณสาวๆได้ผ่อนคลาย และเป็นการบำรุงผิวได้เป็นอย่างดีไม่แพ้กันเลย

2. ลดขี้หูอุดตัน

หลายคนลืมที่จะดูแลและทำความสะอาดส่วนที่เรียกว่าหูและใบหู เพราะไม่เห็นว่ามันสกปรกแค่ไหน หรือไม่รู้ว่าควรจะใช้อะไรในการทำความสะอาดมันดี หากใครยังไม่รู้เราขอแนะนำตัวช่วยเป็นเบบี้ออยนี่ละค่ะ รับรองว่าสามารถช่วยลดปัญหาขี้หูอุดตันได้เป็นอย่างดีแน่นอน

วิธีการ คือ 1)ใช้ก้านสำลีจุ่มเบบี้ออยแล้วสอดเข้าไปในช่องหู หรือ 2) นอนตะแคงและหยดเบบี้ออยลงไปในช่องหูประมาณ 5 หยด ทั้งสองวิธีนี้จะช่วยกำจัดคราบขี้หู ทำให้ขี้หูไหลออกมา และป้องกันปัญหาขี้หูอุดตันได้แล้ว
3. ช่วยลบเครื่องสำอางที่ดวงตา

รู้ไว้ซะว่าไม่ใช่แค่เมคอัพรีมูฟเวอร์เท่านั้นที่สามารถลบเครื่องสำอางได้ แต่เบบี้ออยก็สามารถใช้ล้างเครื่องสำอางออกได้อย่างหมดจดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะบริเวณดวงตาที่เป็นส่วนที่อ่อนโยนและบอบบางที่สุดบนใบหน้า

วิธีการใช้เบบี้ออยในการทำความสะอาดผิวหน้า ก็คือ การหยดเบบี้ออยลงไปบนแผ่นสำลี แล้วเช็ดไปให้ทั่วหน้าอย่างเบามือ นอกจากเบบี้ออยจะช่วยลบคราบเครื่องสำอางได้แล้ว มากไปกว่านั้น น้ำมันจากเบบี้ออยยังช่วยบำรุงผิวของคุณได้อีกด้วย ได้ประโยชน์สองต่อเลยทีเดียว
4. บำรุงผิวให้ชุ่มชื่นอย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากจะใช้เบบี้ออยในการทาผิวอย่างเดียวแล้ว การบำรุงผิวยังสามารถทำด้วยวิธีอื่นได้อีกหลายวิธี

โดยหากคุณเป็นคนชอบอาบน้ำ ขอแนะนำให้ลองหยดเบบี้ออยลงไปในอ่างอาบน้ำ จากนั้นก็แช่ตัวลงไปได้นานเต็มที่ ทั้งผ่อนคลายและทำให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างชุ่มชื่นอย่างแท้จริง
5. ใช้เบบี้ออยหลังโกนหนวด

เบบี้ออยไม่ได้เหมาะกับเฉพาะสาวๆเพียงเท่านั้น แต่สำหรับหนุ่มที่ต้องโกนหนวดบ่อยๆ ก็สามารถใช้เบบี้ออยได้เช่นกัน เพราะผิวหนังหลังการโกนอาจถูกทำลายจนหยาบกร้านได้ การทาเบบี้ออยจึงเปรียบเสมือนการคืนความอ่อนนุ่ม คืนความชุ่มชื้น ป้องกันการเกิดขนคุด และลดการระคายเคืองได้เป็นอย่างดี ส่วนสาวๆที่ชอบโกนขนบ่อยก็สามารถใช้เบบี้ออยหลังการกำจัดเส้นขนบนร่างกายได้เช่นกัน

6. ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ผิวหนัง

เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ผิวของคุณจะสูญเสียความอบอุ่นและชุ่มชื่นไปเป็นอย่างมาก เนื่องจากอากาศเย็นๆจะดูดเอาความชุ่มชื้นจากผิวของเราออกไป และเปลี่ยนผอวชุ่มชื่นให้กลายเป็นผิวที่แห้งและหยาบกร้านได้เลย

วิธีการป้องกันปัญหานี้ก็คือ การสร้างเกาะป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังด้วยการใช้เบบี้ออยหยดลงไปบนผิว แล้วทาหรือนวดผิวเป็นประจำ คุณสมบัติของเบบี้ออยจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี

7. ช่วยถนอมเท้าให้นียนนุ่ม

ใครที่ไม่ชอบสวมถุงเท้า หรือต้องเดินเท้าเปล่าบ่อยๆ ย่อมมีปัญหาส้นเท้าแห้งแตกเอาได้ง่ายๆ แต่ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยเบบี้ออย ของใช้ใกล้ตัวที่ทำให้คุณไม่ต้องทรมานอีกต่อไปเลย

วิธีก็คือ ทาเบบี้ออยที่ส้นเท้าทุกคืนก่อนนอน จากนั้นให้สวมถุงเท้าหุ้ม เพื่อให้เบบี้ออยค่อยๆซึมซาบเข้าสู่ผิวฝ่าเท้าได้ดีมากขึ้น
8. ช่วยลดรอยแตกลายหน้าท้อง

สำหรับคนมีครรภ์…เป็นธรรมดาที่หน้าท้องของคุณจะต้องขยายใหญ่เพราะมีเจ้าตัวเล็กอยู่ข้างใน การขยายหน้าท้องและการหดกลับอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่เดือนทำให้คุณมีหน้าท้องที่แตกลายได้ ซึ่งคุณแม่ทุกท่านสามารถใช้เบบี้ออยแก้ไขปัญหานี้ได้ทั้งนั้น ขยันทาเสียหน่อยรับรองว่าคุ้ม

จะเห็นได้ว่า เบบี้ออยมีประโยชน์มากมายต่อตัวของเรา สามารถทดแทนครีมบำรุงผิวได้หลายต่อหลายชนิด แถมมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้แล้วไม่มีโทษร้ายแรง ใครที่ยังไม่มีเบบี้ออยติดบ้าน ไปหามาใช้ด่วนเลย

คุณผู้ชายรู้ไว้ เตรียมตัวก่อนหัวล้าน

ในแต่ละวันคุณอาจจะสูญเสียเส้นผมไปโดยที่คุณไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำและซ้ำร้ายกว่านั้นเมื่อคุณยิ่งมีอายุมากขึ้นสัดส่วนของเส้นผมที่ร่วงหล่นจะมีแนวโน้มสูงกว่าอัตราเส้นผมงอกใหม่ อีกทั้งยังใช้เวลานานขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วยกว่าที่เส้นผมจะเจริญเติบโตเต็มที่ได้อย่างสมบูรณ์

หัวล้าน

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการผมร่วงในเพศชาย

อาการผมร่วงคือสัญญาณบอกถึงริ้วรอยโดยธรรมชาติ ประมาณหนึ่งในสี่ของผู้ชายวัย 30 จะมีการเริ่มต้นอาการหัวเหม่งและประมาณสองในสามของผู้ชายวัย 60 จะหัวล้าน โดยมีปัจจัยสำคัญที่คุณผู้ชายควรเริ่มเตรียมพร้อมและศึกษาไว้แต่เนิ่นๆ

พันธุกรรมหรือฮอร์โมนเพศชาย (Androgenetic Alopecia)

มากกว่าร้อยละ 95 ของผมร่วงในผู้ชายมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนเพศชาย เนื่องจากฮอร์โมนเพศชายจะออกฤทธิ์ต่อเส้นผมจำเพาะบริเวณของศีรษะทำให้เส้นผมบางลงและหลุดร่วงได้ง่าย

ภาวะผมบาง (Telogen effluvium)

ภาวะผมบางหรือภาวะที่เส้นผมหลุดร่วงมากกว่าปกติก่อนเวลาอันควร จะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุดังนี้

  • การเจ็บป่วยรุนแรงอาจมีอาการไข้สูงหรือการติดเชื้ออย่างรุนแรง
  • การผ่าตัดใหญ่หรือเจ็บป่วยเรื้อรัง รวมทั้งโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์
  • การรับยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด, ยาสำหรับโรคเกาต์หรือยาสำหรับการทำเคมีบำบัด (โรคมะเร็ง)
  • การขาดโปรตีนหรือวิตามินเอมากเกินไป
  • ระดับของธาตุเหล็กในเลือดต่ำ

ผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata)

เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด ไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดอาจเกิดขึ้นและหายไปเองได้และกลับมาเป็นซ้ำได้อีก มีหลายสาเหตุอาจเกิดจากภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของตนเองที่มีการโจมตีรูขุมขนทำให้เกิดการอักเสบและผมร่วงในบางบริเวณบ้างก็มีขนาดเท่าเหรียญบาทหรือใหญ่กว่านั้น

ผมร่วงแบบมีแผลเป็น (Cicatricial alopecia)

อาการผมร่วงแบบมีแผลเป็นเกิดจากการอักเสบรอบๆ รูขุมขน มีอาการคันร่วมด้วยในบางรายหรืออาจจะมีอาการเจ็บปวดและมีรอยแผลเป็นส่งผลให้เกิดการภาวะผมร่วงถาวร ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดการรักษาต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

รู้อย่างนี้แล้วคุณผู้ชายก็อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเอง หมั่นสำรวจและสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสุขภาพหนังศีรษะแต่เนิ่นๆ ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ความเสี่ยงต่อการหัวล้านก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น