ดูแลตัวเองยังไงหลังศัลยกรรมจมูก

การดูแลหลังจากศัลยกรรมจมูกเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญและใครที่กำลังคิดจะไปทำต้องเรียนรู้เอาไว้ เพราะการดูแลตัวเองที่ดี ก็จะช่วยให้แผลหายบวมเร็วและจมูกเข้าที่เร็วอีกด้วย โดยวิธีการดูแลตัวเองหลังจากศัลยกรรมจมูกมีดังนี้

  1. อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม ซึ่งก่อนที่จะทำการผ่าตัดเราควรเตรียมซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น เจลประคบเย็น รวมทั้งอุปกรณ์ทำความสะอาดแผลอาทิ น้ำเกลือ, คอตตอนบัด, ผ้าก๊อส, ผ้าปิดปาก เป็นต้น
  2. เตรียมหมอนในการนอน โดยควรนอนให้ศีรษะอยู่สูงและต้องนอนหงาย ห้ามนอนตะแคง ซึ่งวิธีง่ายๆ คือ การเตรียมหมอนไว้ 2 ใบ แล้ววางเรียงให้เรานอนหัวสูงกว่าปกติ แต่ให้หลังยังติดพื้นไว้ พยายามจัดท่าทางการนอนให้สบายและสามารถหลับได้สนิท เพื่อการพักผ่อนที่เพียงพอ
  3. งดอาหารรสเผ็ด รสเค็ม และอาหารที่มีความมันเลี่ยน เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้อาการบวมลดลงได้ช้า รวมทั้งต้องงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด, ออกกำลังกายหนัก, งดสูบบุหรี่ ด้วย
  4. ห้ามล้วง แคะ สูด เกา แกะ เศษต่างๆ ที่อยู่ภายในจมูก เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบได้ ควรใช้คอตตอนบัดแคะเบาๆ เท่านั้น
  5. การประคบเย็นควรทำ 48 ชั่วโมงต่อเนื่องหลังผ่าตัดเสร็จ เพราะหลังผ่าตัดจะมีอาการบอกช้ำของเนื้อบริเวณที่ผ่าทำให้เกิดอาการบวม ให้ประคบเย็นจะช่วยให้อาการบวมลดลงเร็วขึ้น โดยจะใช้เจลแพ็คประคบเย็นหรือผ้าขนหนูเปียกหมากๆ แช่ช่องแข็งก็ได้มาประคบสลับกัน โดยอาการบวมจะมีต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์ และช่วงหัวตาจะยุบช้าที่สุด หากรู้สึกว่าหัวตาโตกว่าปกติไม่ต้องกังวล เพราะไม่นานจะหายเป็นปกติเอง

มีเคล็ดลับการดูแลตัวเองที่ไม่อยากเลยจริงๆ เพียงแค่คุณใส่ใจและเตรียมการไว้ตั้งแต่ก่อนจะไปผ่าตัด เพื่อให้หลังจากศัลยกรรมจมูกแล้ว อาการบวมหายไปอย่างเร็ววันและได้จมูกใหม่ที่โด่ดเด่นกว่าใคร

 

ดั้งโด่งแต่ไม่สวย ตัดปีกจมูกช่วยให้ดูเป๊ะขึ้นได้

การตัดปีกจมูก เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้การเสริมจมูกของคุณดูดีขึ้นได้ หลายคนสงสัยทำไม บางคนเสริมจมูกซะดูโด่งเป็นสันแต่พอดูรวมๆ แล้วจมูกก็ยังไม่สวยหน้าก็ยังไม่เป๊ะอยู่ดี ทั้งนี้บอกเลยว่า เพราะยังไม่ได้ตัดปีกจมูกนั้นเอง

เพราะโดยทั่วไปแล้ว คำว่าจมูกสวยได้รูปนั้น คือต้องมีความยาวของจมูกที่เหมาะสมกับใบหน้าและปลายจมูกมีขนาดที่เล็กกว่าริมฝีปาก ลักษณะจะต้องค่อยๆ กว้างออกจนด้านบนสุดจนถึงด้านปลาย ดังนั้นหากใครที่มีจมูกบานๆ กลมๆ จึงทำให้การเสริมซิลิโคลนเข้าไปอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้จมูกดูสวยขึ้นได้อย่างแน่นอน จะออกแนวมีดั้งโด่งแต่ปลายจมูกบานไม่สมส่วนกับใบหน้า การตัดปีกจมูกร่วมด้วยจึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะการตกแต่งปีกจมูกนั้นจะช่วยให้ปลายจมูกเล็กลง สอดคล้องกับการเสริมจมูกที่เราทำไว้ ซึ่งจะช่วยให้ทรงจมูกของเราดูสวยขึ้น โดยคุณหมอจะใช้เทคนิคการลดความกว้างของปีกจมูกลง พร้อมๆ กับยกปลายจมูกให้โด่งขึ้น เพื่อให้สอดรับกับดั่งที่เสริมเอาไว้ ซึ่งบอกเลยว่าการตัดปีกจมูกนั้นเหมาะมากับผู้ที่มี จมูกแบนและปลายจมูกบานออก ผู้ที่มีปีกจมูกห้อยลงคล้ายคนจมูกหัก หรือผู้ที่มีปลายจมูกโดยรวมไม่เข้ากับใบหน้าอย่างที่สุด ใครที่เสริมจมูกแล้วไม่ได้ดั่งใจสักที งานนี้บอกเลยว่า ใส่ซิลิโคนที่จมูกอย่างเดียวไม่ได้นะจ๊ะ ต้องตกแต่งปีกจมูกด้วย จะได้ครบสูตรความสวยในแบบที่คุณต้องการ

ใครที่ทำจมูกมาแล้ว แต่ยังไม่พอใจ ก็ลองไปปรึกษาคุณหมอเรื่องการตัดปีกจมูกดู เพราะบอกเลยว่าจะช่วยให้ทรงจมูกของคุณดูสวยขึ้น ได้สัดส่วนขึ้น อย่างแน่นอน

เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปทำศัลยกรรม

การศัลยกรรม ในปัจจุบันกลายเป็นค่านิยมในเชิงบวกสำหรับทุกๆ คนไปแล้ว บางคนไม่ได้หาข้อมูลอะไรก่อน ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยก็ไปเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมแล้ว งานนี้บอกเลยว่าอาจจะเสี่ยงแบบไม่รู้ตัว ดังนั้นวันนี้เรามาดูกันว่าก่อนที่จะนอนทำสวย ต้องรู้จัดเตรียมตัวกันก่อนจ๊ะ

  1. โรคประจำตัวของเรา หากท่านมีโรคประจำตัวและต้องทานยาอยู่เป็นประจำต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหอบหืด หรือเคยแพ้ยาอะไรบ้านรึเปล่า ถ้าหากเคยแพ้ ให้บอกเล่าอาการกับแพทย์อย่างชัดเจน และควรถามแพทย์ด้วยว่าก่อนผ่าตัดต้องทานยาตามปกติหรือว่าหยุดไว้ก่อน
  2. ก่อนหน้านี้เคยผ่าตัดมาก่อนต้องควรจะแจ้งรายละเอียดให้แพทย์ทราบโดยชัดเจน ว่าผ่าอะไร ผ่าด้วยวิธีไหน ดมยาสลบหรือใช้ยาชา แล้วมีผลแทรกซ้อนอะไรรึเปล่า
  3. ในคนที่สูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าเป็นประจำ ควรจะงดก่อนเข้าผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ – 1 เดือน เพราะการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่บ่อยๆ จะมีผลโดยตรงสำหรับผู้ที่ผ่าตัดโดยใช้วิธีดมยาสลบ โดยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากปอดทำงานไม่ดีได้ แลอาจจะมีอาการไอมากหลังผ่าตัด
  4. ควรวางแผนเรื่องงานให้ดีก่อนที่จะผ่าตัด เพราะหลังจากผ่าตัดแล้ว ควรรักษาสุขภาพและพักผ่อนอย่างเต็มที่ ไม่ควรออกไปทำงานทั้งทีหลังจากทำศัลยกรรม แม้ว่าจะเป็นการศัลยกรรมเคสเล็กๆ ก็ตาม ควรพักผ่อนอยู่บ้านและทำตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  5. หากถึงวันผ่าตัดแล้วเกิดไม่สบายเล็กน้อย อาทิ ไข้หวัด มีผื่น ให้แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น หรืออาจเลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อน

และก่อนวันผ่าตัดควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองให้แข็งแรง เมื่อถึงเวลาทำศัลยกรรม ร่างกายจะได้ฟื้นตัวได้เร็ว และแผลหายระบบเร็วด้วย เห็นมั้ยค่ะว่าการปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมไม่ยากอย่างที่คิดเลย ยังไงก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติตามกันนะคะ

ดูแลแผลศัลยกรรมอย่างไรก่อนออกจากบ้าน

ในสังคมที่วุ่นวาย บ้างครั้งการลางานไปทำศัลยกรรมเป็นเวลานานๆ ไม่สามารถทำได้ แต่ด้วยความการศัลยกรรมในปัจจุบันมีวิวัฒนาการที่ก้าวไกล แผลขนาดเล็กลง ความเจ็บปวดน้อยลง ทำให้หลายชนิดการศัลยกรรมไม่จำเป็นต้องลางานด้วยซ้ำ แต่ใครที่กำลังจะคิดไปอัพหน้า วันนี้เรามีวิธีป้องกันแผลศัลยกรรมติดเชื้อเวลาต้องออกจากบ้านมาฝากกันคะ เพราะบางครั้งเราจำเป็นต้องออกจากบ้าน ไปทำงานหรือไปทำกิจกรรมอื่นๆ ในกรณีที่แผลยังไม่แห้ง ยิ่งจำเป็นต้องป้องกัน หรือแผลแห้งแล้วแต่ยังไม่สนิทก็ต้องป้องกันเหมือนกัน เพราะว่าฝุ่นละออง มลภาวะ และสิ่งสกปรกที่อยู่รอบตัวสามารถทำให้แผลติดเชื้อได้ทั้งนั้น โดยมีอุปกรณ์ป้องกันที่หาง่ายๆ ตามท้องตลาด ร้ายขายยาดังนี้

  1. หน้ากากอนามัย เป็นอุปกรณ์ที่ดีมากๆ ที่จะช่วยป้องกันฝุ่นละอองได้ เหมาะสำหรับแผลผ่าตัดที่ยังไม่สามารถโดนน้ำได้ หรือว่าแผลที่ยังไม่แห้งสนิท ใครที่ทำศัลยกรรมช่วงจมูก ปาก คาง เตรียมหน้ากากอนามัยไว้ด่วนเลยจ๊ะ
  2. ผ้าพันแผล เหมาะสำหรับแผลผ่าตัดที่ยังสดใหม่หรือชื่นอยู่ ซึ่งผ้าพันแผลนั้นช่วยป้องกันฝุ่งละอองได้ดีกว่าหน้ากากอนามัย แต่ใช้สำหรับแผลที่ยังชื่นอยู่เท่านั้น หากแผลเริ่มแห้งแล้วไม่ควรเอาผ้าพันแผลพันไว้ เพราะจะทำให้เกิดการอับชื้นจนแผลหายช้ามากขึ้น
  3. พลาสเตอร์ติดแผล หายเป็นแผลเล็กๆ แนะนำให้ใช้พลาสเตอร์ปิดแผลก็พอ เพราะสะดวกเวลาเราเดินทางไปข้างนอกบ้านจะได้ไม่ต้องกังวลว่าพลาสเตอร์จะหลุด เรียกว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลในกรณีที่แผลมีขนาดเล็ก หรืออยู่ในจุดที่มือเอื้อมถึงยาก

เพียงแค่ดูแลป้องกันเป็นอย่างดีตามที่เราได้บอกข้างต้น ก็เชื่อได้ว่าเมื่อคุณออกจากบ้านหลังจากทำศัลยกรรมมา จะไม่สร้างปัญหาหรือทำให้เกิดแผลติดเชื้ออย่างแน่นอน