เตรียมตัวอย่างไรก่อนและหลังการทำ Fat Grafting

Fat Grafting
Fat Grafting

การทำ Fat Grafting เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่นานาประเทศยอมรับและนิยมทำกันเป็นอย่างมาก การวิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาผิวตั้งแต่ระดับตื้นจนถึงระดับลึก สามารถฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนต่างๆ ได้เหมือนกับการทำสเต็มเซลล์ จึงทำให้เป็นนวัตกรรมที่ได้ผลจริงและดูเป็นธรรมชาติเป็นอย่างมาก ซึ่งการดูแลตัวเองก่อนและหลังการทำ Fat Grafting มีวิธีไม่ยุ่งยาก ดังนี้

ก่อนการทำ Fat Grafting

  1. เมื่อดูดไขมันแล้ว ควรจะพักร่างกายไม่ต่ำกว่า 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวเต็มที่
  2. ก่อนการเข้าทำ Fat Grafting ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีโรคประจำตัวและประวัติการแพ้ยา
  3. ต้องงดยาต้านเกล็ดเลือด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด น้ำมันปลา วิตามินอี วิตามินซี ไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการทำ Fat Grafting
  4. ไม่ควรทำ Fat Grafting ในช่วงที่มีประจำเดือน เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเสียเลือด

หลังการทำ Fat Grafting

  1. หลักเข้ารับการ Fat Grafting ควรจะประคบเย็น 48-72 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวม อาการเขียวช้ำ
  2. ห้ามดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลังจากทำ Fat Grafting มา
  3. ควรนอนหมอนสูงในช่วงที่มีอาการบวม
  4. ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ
  5. ต้องทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง

การทำ Fat Grafting เป็นเหมือนการศัลยกรรม แต่ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ และไม่มีสิ่งแปลกปลอมอย่างอื่นเข้าสู่ร่างกายเรา ซึ่งเมื่อทำแล้วใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ บริเวณที่ทำจะเริ่มเข้ารูปและสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดูดีขึ้น และการฉีดเซลล์ไขมันเข้าไปนั้นจะให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างถาวร หรือประมาณ 8 ปี หลังจากนั้นเซลล์จะค่อยๆ ลดลงตามวัย ซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติ งานนี้ใครที่อยากจะได้ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ลง ช่วยเติมเต็มรอยร่องตีนกา และบริเวณอื่นๆ ทั่วทั้งร่างกาย Fat Grafting เป็นอีกทางเลือกที่บอกเลยว่าได้ผลอย่างใจที่คุณต้องการอย่างแน่นอน

เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปทำศัลยกรรม

การศัลยกรรม ในปัจจุบันกลายเป็นค่านิยมในเชิงบวกสำหรับทุกๆ คนไปแล้ว บางคนไม่ได้หาข้อมูลอะไรก่อน ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยก็ไปเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมแล้ว งานนี้บอกเลยว่าอาจจะเสี่ยงแบบไม่รู้ตัว ดังนั้นวันนี้เรามาดูกันว่าก่อนที่จะนอนทำสวย ต้องรู้จัดเตรียมตัวกันก่อนจ๊ะ

  1. โรคประจำตัวของเรา หากท่านมีโรคประจำตัวและต้องทานยาอยู่เป็นประจำต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหอบหืด หรือเคยแพ้ยาอะไรบ้านรึเปล่า ถ้าหากเคยแพ้ ให้บอกเล่าอาการกับแพทย์อย่างชัดเจน และควรถามแพทย์ด้วยว่าก่อนผ่าตัดต้องทานยาตามปกติหรือว่าหยุดไว้ก่อน
  2. ก่อนหน้านี้เคยผ่าตัดมาก่อนต้องควรจะแจ้งรายละเอียดให้แพทย์ทราบโดยชัดเจน ว่าผ่าอะไร ผ่าด้วยวิธีไหน ดมยาสลบหรือใช้ยาชา แล้วมีผลแทรกซ้อนอะไรรึเปล่า
  3. ในคนที่สูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าเป็นประจำ ควรจะงดก่อนเข้าผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ – 1 เดือน เพราะการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่บ่อยๆ จะมีผลโดยตรงสำหรับผู้ที่ผ่าตัดโดยใช้วิธีดมยาสลบ โดยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากปอดทำงานไม่ดีได้ แลอาจจะมีอาการไอมากหลังผ่าตัด
  4. ควรวางแผนเรื่องงานให้ดีก่อนที่จะผ่าตัด เพราะหลังจากผ่าตัดแล้ว ควรรักษาสุขภาพและพักผ่อนอย่างเต็มที่ ไม่ควรออกไปทำงานทั้งทีหลังจากทำศัลยกรรม แม้ว่าจะเป็นการศัลยกรรมเคสเล็กๆ ก็ตาม ควรพักผ่อนอยู่บ้านและทำตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  5. หากถึงวันผ่าตัดแล้วเกิดไม่สบายเล็กน้อย อาทิ ไข้หวัด มีผื่น ให้แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น หรืออาจเลื่อนการผ่าตัดออกไปก่อน

และก่อนวันผ่าตัดควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองให้แข็งแรง เมื่อถึงเวลาทำศัลยกรรม ร่างกายจะได้ฟื้นตัวได้เร็ว และแผลหายระบบเร็วด้วย เห็นมั้ยค่ะว่าการปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการทำศัลยกรรมไม่ยากอย่างที่คิดเลย ยังไงก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติตามกันนะคะ